วิญญาณเวียนวนในการพนัน

Posted by admin on 2014/03/20 with No Commentsas , , ,

แต่ดิฉันเคยเห็นคนซอยเดียวกันที่ประชาสงเคราะห์ ดินแดงนี่เองที่ไม่เชื่อเรื่องนี้ แถมไม่หวาดกลัวจนผิดปกติ เล่นเอาคนบ้านใกล้เรือนเคียงขนหัวลุกไปตามๆ กัน

ลุงจัดเป็นข้าราชการบำนาญ อายุราว 70 ปี อยู่บ้านเยื้องกับดิฉัน ตอนเช้ามืดก่อนรถขนขยะแล่นเข้ามา ร่างผอมดำ ตัดผมเกรียนของลุงจัดก็จะผลักประตูรั้วออกเดินดุ่มๆ ไปยังกองขยะหัวมุมบ้าน ที่มีรั้วสังกะสีล้อมที่ว่างอยู่แปลงหนึ่ง…แล้วเริ่มต้นคุ้ยเขี่ยกองขยะ

เสียงรถเก็บขยะแล่นเข้ามา ลุงจัดก็เก็บข้าวของติดมือเข้าบ้าน พระเดินเข้ามาบิณฑบาต พี่จรัลลูกชายคนเดียวของลุงจัดวัย 40 แล้วแต่ยังโสดก็ขับรถออกไปทำงาน

เมียลุงจัดตายด้วยโรคไตพิการเกือบสิบปีแล้ว แทบไม่มีใครไปมาหาสู่บ้านนี้เลย ไม่เคยมีงานปีใหม่หรืองานวันเกิด ไม่มีแม้แต่เพื่อนพี่จรัลมาหา แม้ว่าคืนวันศุกร์วันเสาร์แกจะไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง กว่าจะกลับก็ดึกๆ ดื่นๆ เป็นประจำ

พี่จรัลเคยพูดยิ้มๆ กับพวกเราว่า…ไม่อยากให้เพื่อนมาบ้าน อายว่ะ!

ไม่ว่าใครๆ ก็เห็นใจพี่จรัลทั้งนั้น บางคนถึงกับบอกว่า ถ้าเขาเจอแบบนี้คงไปเช่าห้องอยู่ที่อื่นแล้ว ปล่อยให้พ่ออยู่กับกองขยะท่วมบ้านไปคนเดียวก็แล้วกัน

ถ้าบอกว่าขยะในบ้านเฉยๆ อาจจะนึกภาพไม่ออก…ดิฉันเคยเอากับการพนันข้าวพิเศษอย่างปลาดุกทอดกรอบผัดเผ็ดบ้าง แกงปลาไหลบ้าง แม่ทำแล้วตักใส่ชามให้ดิฉันเดินไปให้ลุงจัด ตอนแกรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน

เครื่องแต่งตัวที่เห็นจนชินตาคือ กางเกงขาสั้นเก่าๆ เสื้อยืดคอปกหรือเชิ้ตคร่ำคร่าใกล้ขาดรอมร่อ…เสื้อผ้าจากกองขยะทั้งนั้นค่ะ!

ลุงจัดพูดจาขอบอกขอบใจ สั่งให้ดิฉันรอขณะที่แกไปถ่ายกับข้าวแล้วล้างชามให้จนสะอาดเรียบร้อย ใส่ส้มเขียวหวานหรือชมพู่ 2-3 ลูกเป็นสิ่งตอบแทน

ระหว่างรอนั่นแหละค่ะ ดิฉันฉวยโอกาสดูสมบัติจากกองขยะของแก!

ด้านหน้าเป็นกล่องนมกับน้ำผลไม้ที่พับจนแบนมัดไว้หลายสิบมัด ตามโคนกระถางกับต้นไม้ชายคา คือกระป๋องเบียร์และน้ำอัดลม ตุ๊กตาพลาสติกหลายสิบตัว ทั้งคอหัก แขนขาขาด…ท่อยางสั้นกุด เชือกรุ่ยร่าย ลังพลาสติกผุพังสำหรับใส่ขยะจนล้น หมวกแก๊ปสีแดง กางเกงยีนส์ขาขาดข้างหนึ่ง การพนันไม้หักๆ เปื้อนสี หน้ากากพัดลมหลายสิบอัน

ข้างบนยังมีขยะมากเหลือเชื่อ…กระติกน้ำร้อนไร้ฝา ลังใส่น้ำแข็งหูหลุด ฝาครอบหลังทีวีที่หงายใส่ขยะเล็กๆ เก้าอี้ไม้สองขา เก้าอี้เหล็กที่นั่งหลุด ม่านขาดๆ ดินสอกุดๆ ปากกาลูกลื่นที่ไม่มีไส้…แถมยังมีทีวีจอเล็กๆ กับคอมพิวเตอร์พังๆ อีก 3-4 เครื่อง

ฝาตู้เย็น รถ 3 ล้อของเด็กสนิมเขรอะ กระป๋องสีและแปรงที่ยังไม่ได้ล้าง ไฟฉายผุๆ หลายอัน โคมไฟไร้หลอด ถังพลาสติกก้นรั่ว ท่อน้ำขาดเปื่อย ถังและตะกร้าพลาสติกบิดเบี้ยว ก้นทะลุ กรอบรูปบิดเบี้ยวโย้เย้หลายขนาด

เคยเห็นคนเก็บขยะที่คิดว่าพอจะมีราคาค่างวด เพื่อนำไปขายให้พวกซาเล้งที่ตระเวนเข้าซอยมาทุกวัน แต่ไม่เคยเห็นลุงจัดขายของให้ใครเลย…แกเก็บลูกเดียวค่ะ!

ชาวบ้านเชื่อกันว่าของเก่าๆ ที่เขาเอามาทิ้งนั้นคาสิโน คงจะมีของคนตายอยู่ไม่น้อย ไม่ช้าเจ้าของหรือวิญญาณคงจะตามมาทวงแน่ๆ ลุงจัดไม่กลัวผีหรือไง?

นับวันขยะยิ่งมากมายจนแทบท่วมบ้าน ดูเหมือนจะไม่มีตรงไหนเลยที่ไร้ขยะ มองเข้าไปในบ้านก็มีแต่ทางเดินแคบๆ เท่านั้น ตอนค่ำๆ บ้านลุงจัดมืดสลัวเพราะไม่เคยเห็นแกเปิดไฟ ทั้งประตูรั้วและไฟในบ้าน คนไม่รู้ต้องคิดว่าเป็นบ้านร้างแน่ๆ

ร่างตะคุ่มเดินไปเดินมาอยู่ริมรั้ว บางทีก็หายเงียบเข้าไปในบ้าน…คนที่เคยคิดว่าภูตผีจะตามมาทวงข้าวของเลิก คิดไปแล้ว แต่ดิฉันเห็นลุงจัดตอนกลางคืนแล้วสยอง…ถ้าภูตผีมีจริงผ่านมาเห็นเข้า ก็คงขนหัวลุกเพราะกลัวลุงจัดก็ได้ค่ะ!

ความลับของผีบาคาร่า

Posted by admin on 2014/03/16 with No Commentsas , , ,

พอฟันโดนแล้วก็กดมีดให้จมโคลนไว้ก่อน แล้วค่อยงมเหยื่อที่กำลังดิ้นกระแด่วๆ ขึ้นมาใส่จง (ตะข้อง)…ก่อนจะออกเดินท่อมๆ ส่องไฟหาปลาเคราะห์ร้ายต่อไป คืนนั้นปลาชุมจนตะข้องหนัก คงต้องหมักเกลือเอาไว้กินได้หลายวัน…กะว่าได้ปลาอีก 2-3 ตัวก็จะกลับบ้านเสียที นั่นไง! ไอ้ช่อนตัวเบ้งตาสีชมพูใสแป๋วมองสู้ไฟจากใต้น้ำ ผีบาคาร่า ผมเงื้อมีด กลั้นใจฟันฉับลงกลางลำตัวด้านขวาง ยังไงๆ ก็ไม่มีทางผิดแน่ แต่ทำไมหัวคะมำหวิดทิ่มน้ำแน่ะ!

“อะไรวะ?” ผมร้องร่ำ ย่ำลงไปจมโคลนเกือบครึ่งแข้ง ส่องไฟดูก็เห็นไอ้ช่อนตัวอ้วนยังมองตาแป๋วอยู่ตามเดิม เงื้อมีดฟันฉัวะลงไปอีกครั้ง “โอ๊ย! ตายแล้ว…” เสียงโหยหวนชวนสยอง เล่นเอาผมยืนตะลึงตัวแข็งทื่อ ขนหัวลุกเกรียว เบิกตามองก็เห็นทารกตัวอ้วนๆ กำลังดิ้นกระแด่วๆ อยู่ในน้ำ นัยน์ตาแดงจ้าจ้องเขม็ง อ้าปากร้องจ้าๆ เหมือนจะเจ็บปวดสุดขีด แต่ฟันขาวเต็มปากน่าขนหัวลุก

ม่านตาผมพลันพร่าพราย โลกทั้งโลกกำลังแตกเปรี้ยงปร้างอยู่ตรงหน้าในบัดดล ไม่รู้ว่าตะเกียกตะกายขึ้นจากหนองน้ำนรกนั่นได้ยังไง ไอ้นุ้ยกับไอ้ไข่วิ่งมาตอนไหน? รู้แต่ว่าไฟฉายกับจงกระเด็นหลุดมือ วิ่งซมซานไปครางฮือๆ ที่บ้าน…และนั่นคือการไปโหลกปลาครั้งสุดท้ายในผีบาคาร่าชีวิตผมเลยครับ!พวกผมมี 3 คน คือไอ้นุ้ย ไอ้ไข่ (ดำ) และผม อุปกรณ์โหลกปลาก็มีพร้าด้ามเหมาะมือ ตะข้องใส่ปลา หรือ “จง” ทรงกระบอก ต่างจากข้องภาคอื่น ที่ขาดไม่ได้คือไฟฉาย ส่วนไอ้นุ้ยชอบตะเกียงฉอดมากกว่า เพราะมันคุ้นมือตอนไปกรีดยางกับพ่อบ่อยๆ

ตะเกียงฉอดดีอย่างที่มีหูเล็กๆ สำหรับเกี่ยวกับเข็มขัดหรือหูกางเกง ไม่ต้องถือให้เมื่อยตุ้ม เอ๊ย! เมื่อยมือ คืนนั้นเดือนหงายแทบจับมดได้ แสงขาวนวลส่องกระจ่าง พวกเราย่ำไปตามหัวนา (คันนา) ขณะข้าวกำลังแตกกองามสะพรั่ง จนกระทั่งถึงหนองน้ำอันเป็นจุดหมาย

บรรยากาศเงียบเชียบ ลมพัดโชยเยือกเย็นน่าสบายชะมัด ผีบาคาร่า แมลงกลางคืนกรีดปีกเป็นเพื่อนราตรี บางทีมีเสียงนกละเมอมาจากค่าคบไม้ แว่วเสียงปลาฮุบโผงมาเข้าหู “หวานละวะ!” ไอ้ไข่ที่ออกหน้าร้องเบาๆ ผมคอยเตือนให้ใจเย็นๆ อย่าผลีผลามย่ำสวบๆ ลงในนาข้าวที่ใกล้จะตกรวงแล้ว เดี๋ยวจะทำให้เสียหายเปล่าๆ แถมไม่ใช่นาของเราด้วย…ใครจะอยากโดนก่นโคตรลับหลังมั่งล่ะ?

ชะดีชะร้าย เจ้าของนาเขารู้แกว ดอดมาแอบซุ่มดูวันหลังว่าใครเป็นตัวการ พอเห็นตัวก็ส่องโป้งเข้าให้ กลายเป็นผีเฝ้านาได้ง่ายๆ อย่าทำล้อเล่นกับคนบ้านผมไปเชียว! กระทั่งถึงหนองน้ำที่เราบุกบั่นมาโหลกปลา! แหม! น้ำท่ากำลังบริบูรณ์ พวกสาหร่ายไม้น้ำที่เป็นอาหารปลาก็งอกงามให้สะพรั่งปลาก็ย่อมชุกชุมเป็นธรรมดา ธรรมชาติของสัตว์ก็ต้องมาชุมนุมกันที่แหล่งอาหารนะครับ แต่ปลาก็เป็นอาหารของมนุษย์เหมือนกัน จะเรียกว่าสัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็กก็ได้ อย่าไปคิดอะไรมาก

คืนนั้นอากาศค่อนข้างหนาว นักโหลกปลา หรือประมงน้ำจืดแบบเราก็มีหลายคน เพราะเห็นแสงไฟวูบวาบที่นั่นที่นี่ ผมกับไอ้ไข่ฉายไฟส่องปลา ส่วนไอ้นุ้ยปลดแผงหน้าปัดตะเกียงฉอดของมันมาส่องให้ถนัดๆ มือขวากระชับมีดให้เหมาะเหม็งทั้ง 3 คน พวกเราแยกย้ายกันหาปลาในระยะห่างๆ ราวสิบกว่าเมตร…โอ้โฮ! ทั้งไอ้ดุก ไอ้ช่อน ตัวอ้วนๆ ในน้ำ เห็นตาใสแจ๋วเชียวนะเจ้า! หวานคอพวกเราละเพื่อนเอ๋ย…

ธรรมชาติของปลาไม่กลัวไฟหรอกครับ ไม่หนีด้วย ดูๆ ก็น่าสงสารแฮะ! แต่ทำใจว่าเจ้าเกิดมาเป็นอาหารเรา ขอเถอะนะ…ไม่ใช่ฟันทิ้งฟันขว้างเอาสนุก หรือเพราะคะนองมือเสียที่ไหนเล่า แต่เอาไปเลี้ยงชีวิต ต่อชีวิตต่างหาก อย่าคิดมาก โธ่…กำลังจะฟันปลาไปกินแท้ๆ นี่นา! เงื้อพร้า ตาเล็งที่กลางลำตัวแล้วหวดฉับลงไป เรื่องพลาดรับรองว่าไม่มี…อ้อ! ไม่ต้องฟันรุนแรงนักหรอกครับ ขอให้รวดเร็วกับแม่นยำก็พอถมเถไป

ผีข้างบ่อนบาคาร่า

Posted by admin on 2014/03/11 with No Commentsas , ,

คุณป๋ายิ้มชอบใจที่ไม่เรียกป๋าหรืออา ตอบว่าเคยมีแต่แก่ตัวไปหมดแล้ว มีลูกมีผัวไปก็มี ตอนนี้ชอบคนไหนก็ลงอ่างกับคนนั้น เหมือนแทงหวยนะคุณ! ผมถามว่าเหมือนยังไงหรือครับ? ป๋าบอกว่าเห็นในตู้สวยถูกใจสุดๆ แต่พอตกลงใจให้เรียกออกมา เห็นแล้วแทบหงายหลังเพราะทั้งรูปร่างกับหน้าตาดูบ่อนบาคาร่าไม่ได้จริงๆ ผมหัวเราะชอบใจ บอกว่าพี่พูดถูกทุกอย่าง ของพรรค์นี้ต้องดูนานๆ พอดีผมเห็นน้องหนูหุ่นนางงามในชุดสีม่วงเพิ่งเดินบิดสะโพกเข้าตู้มา…ต้อง เรียกไอ้ตุ่ม-มาม่าซังที่คุ้นเคยกันให้ช่วยจัดการที!

“ตามสบายนะคุณ ขอให้โชคดี” ป๋าอวยพรยิ้มละไมเชียว “แหม…คุณนี่ตาถึงจริงๆ” สองชั่วโมงผ่านไป ผมออกมาจ่ายเงินกับค่าทิปให้ไอ้ตุ่ม…ป๋าหายไปแล้ว ผมถามว่าแกได้เบอร์ไหนล่ะ คนที่คุยกับผมน่ะ? ไอ้ตุ่มอ้าปากค้าง ยืนยันว่าไม่มีใครเลย ยังสงสัยว่าผมเมาเบียร์หรือเปล่า? เห็นพูดเองเออเองคนเดียว

เห็นหน้ากันบ่อยๆ จนจำกันได้ บางทีก็ยิ้มให้กัน เดินชมสาวๆบ่อนบาคาร่า ที่นั่งหน้าแฉล้มอาบไฟอยู่ในตู้กระจก บางทีก็นั่งซดเบียร์มองเบอร์นั้นเบอร์นี้ ส่วนมากไม่มีขาประจำก็สองจิตหลายใจว่าจะเลือกเบอร์ไหนขึ้นห้องดี อ้าว? น้องหนูหน้าหวานหุ่นเซ็กซี่กำลังผลักประตูเข้ามา เดินฉับๆ ผ่านหน้าตู้ไปลงชื่อ เข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า รีบให้ช่างทำผมแต่งหน้าจะได้เข้าโชว์โฉบในตู้ซะไวๆ นักเที่ยวส่วนใหญ่น่ะสนใจมากกว่าสาวในตู้ซะอีกครับ!

หลายๆ คนเดินเข้ามาเตร็ดเตร่อยู่หน้าตู้ เอียงคอมองซ้ายมองขวา เดี๋ยวยืนปักหลัก เดี๋ยวย้ายที่ไปมองด้านอื่น บางคนซักถามพนักงานเชียร์แขกที่กำลังเชียร์ “เด็กในคาถา” ของตัวเอง บางคนไม่แยแสเสียงถามว่าเฮียชอบคนไหน? สเป๊กป๋าเป็นยังไง? แต่ไม่ยอมตัดสินใจซักที ทำท่าเหมือนเดินชมดอกไม้ในสวนท่าเดียว…ก่อนจะเดินผึ่งกลับไป

แต่ที่สะดุดตาผมจังๆ ก็คือพวกผู้ชายวัยป๋าหรือเถ้าแก่นั่นแหละครับ พวกนี้อายุ 50 ปีขึ้นไปเฉียด 60 ก็มี ทำให้ผมนึกค่อนขอดอยู่ว่าแก่แล้วยังไม่เจียมบอดี้! ตอนนั้นสิบกว่าปีมาแล้วครับ…ผมยังอายุ 40 ต้นๆ เท่านั้นเอง แต่แล้ววันหนึ่งก็ต้องประสบกับเรื่องขนหัวลุกเข้าอย่างจังๆ

วันนั้นฝนปรอยมาตั้งแต่เย็น เพื่อนฝูงติดธุระกันหมด ผมขับรถออกมาเจอรถราติดบ้าเลือดกลายเป็นเหตุผลให้เลี้ยวเข้าโรงนวด คนเชียร์แขกยิ้มร่าเข้ามาทักทายสนิทสนม…ฝนตกน่ารำคาญเข้าไปแช่น้ำอุ่นให้ สบายดีกว่าเพ่!

เป็นคำพูดปกติธรรมดาในโรงนวดนะครับ…หน้าร้อนก็ไปอาบน้ำแก้ร้อนดีกว่า จะได้หายเหนียวตัว หน้าหนาวก็ไปอาบน้ำอุ่นแก้หนาว ถ้าหน้าฝนก็อาบน้ำเถอะ จะได้หายเหนอะหนะ…เดี๋ยวก็เดินตัวปลิวออกมา ผมสั่งเบียร์กับยำแฮมของโปรดมากินอุ่นเครื่องก่อน ใครจะพาเบอร์นั้นเบอร์นี้มานั่งคุยยืนยันว่ายังไม่ลงเวลาผมก็บอกปัด หมด…กลัวใจอ่อนน่ะซีครับ ได้โอกาสนั่งซดเบียร์คนเดียว ผมก็เหลือบเห็นป๋าโต๊ะติดๆ กันพอดี!

อายุราว 60 ท่าทางภูมิฐาน สวมเสื้อยืดคอปกสีแดง ผมสีดอกเลาค่อนข้างยาว สวมแว่นกันแดดสีชาอ่อน กำลังจิบกาแฟสูบบุหรี่สบายอารมณ์ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส มองดูสาวๆ ในตู้ที่มีทั้งบีคอร์ส, ธรรมดา กับแผนโบราณ.มองอีกทีก็นึกออกว่าเคยเห็น 2-3 ครั้ง ที่ผมเคยนึกค่อนว่าแก่แล้วยังเที่ยวโรงนวด! พอดีแกหันมายิ้มให้ บอกว่าฝนตกยังงี้มาอาบน้ำให้หายเหนอะหนะเนื้อตัวนี่ดีที่สุด! ผมก็พยักหน้ายอมรับ ถามว่าพี่มีเบอร์ประจำหรือเปล่าครับ?

การฆาตกรรมในคาสิโนผี

Posted by admin on 2014/03/03 with No Commentsas , , ,

เราได้ยินเสียงเหมือนใครเคาะโลง พวกเราทุกคนสะดุ้งกันหมด ตอนแรกพวกเราก็นึกว่าพี่ริวคงแกล้งมั้ง คราวนี้คงไม่ใช่การกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน เราทุกคนจึงใช้มือจับที่ฝาโลงทุกคน ช่วยด้วย! พี่อยู่ในนี้?

ตอนแรกพวกเราก็นึกว่าพี่ริวแกล้ง…แต่ไม่ใช่…พวกเราก็เลยเอามือไปจับฝาโลงและ นับ 1, 2, 3 แล้วพวกเราก็เปิดฝาโลง ภาพ แรกที่พวกเราเห็นก็คือ เหมือนกับว่าพี่ริวนอนทับร่างหญิงชราคนหนึ่ง ซึ่งนิ้วมือและนิ้วเท้าหงิกงอ มีน้ำเหลืองไหลออกมาเยอะมากและมีหนอนไต่ตามตัวยั้วเยื้ยไปหมด

แล้ว พวกเราทั้งหมดก็วิ่งร้องไห้กันออกมา ส่วนพี่ริวก็ลุกขึ้นมาคาสิโนผี และมองไปที่โลงศพพี่ริวก็เห็นสภาพเดียวกับที่เราเห็น พี่ริวก็วิ่งและร้องไห้ออกมาเช่นเดียวกัน เมื่อถึงบ้านยายของพี่ริวจึงถามขึ้นว่า ริว…ริว…เป็นอะไรลูก? พี่ริวพูด แต่พูดแบบไม่เป็นภาษาและเส้นผมบนหัวของพี่ริวก็ร่วงด้วย

เมื่อไปถึงสงขลาก็ไปบ้านญาติเลยไม่รีรอใคร บ้านญาติของผมอยู่ตรงกับวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา บ้านแถวนั้นจะอยู่ติดกันเป็นแถวครับ วัน รุ่งขึ้นเวลาประมาณ 19.22 น. ผมอยู่ที่หน้าบ้าน และวันนั้นเป็นวันเสาร์ (คนโบราณถือว่าวันเสาร์เป็นวันปล่อยผี) พี่ริว ซึ่งเป็นพี่ใหญ่สุดในกลุ่มนี้ และเป็นพี่ไม่แท้ของผมด้วย ได้เสนอขึ้นว่า เรามาเล่นซ่อนหากันดีกว่า

และ เราก็เล่นซ่อนหากันที่เราเล่นเพราะเราไม่มีอะไรจะเล่นแล้วคาสิโนผี แล้วก็ยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ว่าซ่อนหาเขาห้ามเล่นหลัง 18.00 น.ขึ้นไป แถมวันนั้นยังเป็นวันเสาร์อีกด้วย เวลาเราเล่น เราจะนับ 1-50 ตอนนั้นทุกคนวิ่งไปหาที่ซ่อนกันได้หมดแล้ว เหลือแต่พี่ริว ตอนนี้ถึง 50 แล้ว คนที่เป็นก็ตามหาคนที่ซ่อนอยู่ ผ่านไปประมาณ 2 นาที คนที่ปิดตาหาทุกคนเจอหมดแล้วยกเว้นแต่พี่ริว พี่ ริวก็ไม่ออกมา และพวกเราก็ออกเดินตามหา พอดีผมนึกขึ้นได้ว่า พี่ริววิ่งไปแอบที่หลังโลงศพ ผมจึงได้ไปบอกเพื่อนๆ และพวกเราก็พากันเดินไปหาพี่ริว พอพวกเราเดินไปใกล้จะถึงโลงศพ ก็กล้าๆ กลัวๆ อยู่เหมือนกัน

วันรุ่งขึ้นเส้นผมของพี่ริวก็ยังร่วงไม่หาย ยายของพี่ริวจึงได้พาไปหาหมอ และหมอก็ได้ให้ยามากิน แต่ก็ไม่หาย ยายก็พาไปหาหมออีกทีแต่หมอบอกว่า ถ้ากินยาแล้วรักษาไม่หาย คือโรคนี้ไม่สามารถรักษาหายได้ และในที่สุดพี่ริวก็เสียชีวิต

ผีหลอนในคอมพิวเตอร์

Posted by admin on 2014/02/24 with No Commentsas , , ,

ฟราน ซิ เรียส ผู้อำนวยการ ของ ICANN ของการให้บริการ ทางด้านเทคนิคการ ทำหน้าที่เป็น ผู้ดูแลระบบ ของวันนี้ . มันเป็นครั้งแรก ของเขาและ ตาของเขา อย่างสม่ำเสมอ ปัด สคริปต์ . เริ่มต้นด้วย สิ่งที่ เป็นไปตามแผน . เรียส และสี่ keyholders ( พิธีต้องการขั้นต่ำ . สาม ไม่ได้ทั้งหมด เจ็ด ) เข้าสู่ กรง ที่ปลอดภัย เพื่อเรียก สมาร์ท ของพวกเขา ที่จัดขึ้นใน ถุง ยุ่ง เห็น ชาย วัยกลางคน สวมใส่ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ผี การตรวจสอบและ พวกเขาจะ โปรตุเกส Keyholder João Damas อยู่ใน สเปน อเมริกัน เอ็ดเวิร์ด ลูอิส ที่ทำงาน สำหรับ อินเทอร์เน็ต และการวิเคราะห์ การรักษาความปลอดภัย ของ บริษัท และ อุรุกวัย คาร์ล มาร์ติเน ที่ทำงานให้กับ Lacnic รีจิสทรี อินเทอร์เน็ตสำหรับ ละตินอเมริกาและแคริบเบียน

ทั้ง หมด แต่หนึ่งใน21 keyholdersผี ได้รับกับ องค์กรตั้งแต่ พิธี แรกที่ ขั้นตอนการเลือกเริ่มต้น เป็น ที่น่าประหลาดใจ ต่ำที่สำคัญ . มี การโฆษณาในเว็บไซต์ของ ICANN ซึ่ง เพียงแค่สร้าง 40 การใช้งานสำหรับ 21 ตำแหน่ง ตั้งแต่นั้นมา ก็เป็น เพียงคนเดียวเท่านั้น Keyholder ได้ลาออก : Vint Cerf หนึ่ง ของ บรรพบุรุษ ของอินเทอร์เน็ต ขณะนี้อยู่ใน ยุค 70 ของเขาและ การว่าจ้างให้เป็น ” หัวหน้า ศาสนา อินเทอร์เน็ต ” โดย ในพิธี สำคัญ ครั้งแรก ใน คัลเปปเปอร์ , เวอร์จิเนีย Cerf บอก ห้องที่ หลักการของ ที่ สำคัญ หลักหนึ่ง นอนอยู่ ที่หลักของ เครือข่ายเป็น ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ . ” อื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ที่นี่ ในวันนี้กว่า ตรงตา ” เขากล่าว แล้ว . ” ฉันจะ คาดการณ์ว่า … ในระยะยาว โครงสร้างลำดับชั้น ของความไว้วางใจ นี้ จะถูก นำไปใช้กับ จำนวน ของ ฟังก์ชั่น อื่น ๆ ที่ จำเป็นต้องมี การตรวจสอบ ที่แข็งแกร่ง . “แต่ Cerf ต่อสู้กับความมุ่งมั่นใน การเดินทาง และลดลง Keyholder หน้าที่ ของเขา

แกะ เป็น ผู้จัดการโครงการอาวุโสของ ICANN เพื่อช่วย แผ่ออกใหม่ ระบบรักษาความปลอดภัย ในการตรวจสอบ เว็บ . นี้จะเกิดขึ้น อย่างรวดเร็ว แต่ก็ ยังไม่เป็น อย่างเต็มที่ใน การเล่น . ถ้า คีย์หลัก ที่ สูญหายหรือถูกขโมย วันนี้ ผลที่ตามมา อาจ จะไม่ เลวร้าย : ผู้ใช้บางคน จะ ได้รับการเตือน การรักษาความปลอดภัย บางเครือข่าย จะมีปัญหา แต่ ไม่มาก แต่เมื่อ ทุกคนได้ ย้ายไปอยู่ที่ ใหม่ระบบ ความปลอดภัยมากขึ้น(ซึ่ง คาดว่าใน สามถึงห้าปี ถัดไป) ผลกระทบ . การสูญเสีย หรือ ความเสียหาย ที่สำคัญจะไกล แกะสลัก ในขณะที่ ทุก เซิร์ฟเวอร์ จะยังคง อยู่ที่นั่น ไม่มีอะไรที่จะ เชื่อมต่อ . มันทั้งหมด จะ ลงทะเบียน ไม่น่าไว้วางใจ เป็นทั้ง ระบบ กระดูกสันหลังของ อินเทอร์เน็ตที่ จะต้องมีการ สร้างขึ้นมาใหม่ ในช่วง สัปดาห์หรือเป็นเดือน อะไร จะเกิดขึ้น ถ้า หน่วยงาน สืบราชการลับหรือ แฮกเกอร์ -เอ็นเอสเอ หรือ กองทัพซีเรีย อิเล็กทรอนิกส์ พูด – ได้ถือของ สำเนาของ คีย์หลักเป็นไปได้ที่ พวกเขาสามารถ เปลี่ยน เป้าหมาย ที่เฉพาะเจาะจง ไปยังเว็บไซต์ ปลอมที่ออกแบบมา เพื่อใช้ประโยชน์จาก เครื่องคอมพิวเตอร์ ของพวกเขา- แม้ว่า ICANN และ keyholders พูดแบบนี้ ไม่น่าเป็น

ยืน อยู่ใน ห้อง พัก ที่อยู่ติดกับ แกะ เป็นผี Burkov มิทรี ซึ่งเป็นหนึ่งใน keyholders, ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยผลุนผลัน และหนัก ตั้ง รัสเซีย บนกระดาน ขององค์กรพัฒนาเอกชน หลาย อินเทอร์เน็ต ที่ได้ บินเข้ามาจาก กรุงมอสโก สำหรับพิธี. “เรื่องสำคัญกับ อินเทอร์เน็ต กำกับ อยู่เสมอ ความไว้วางใจ “เขากล่าว . ” ไม่ว่าสิ่งที่ ฟอรั่ม ก็มักจะ ลงมา ให้ความไว้วางใจ . “ให้ ความตึงเครียด ระหว่างรัสเซีย และสหรัฐอเมริกาและบริการโทร รัสเซีย สำหรับองค์กร ใหม่ ที่จะใส่ใน ค่าใช้จ่าย ของอินเทอร์เน็ต ที่ไม่ เขา มี ความเชื่อใน ระบบปัจจุบัน นี้ เขา ท่าทาง ไปที่ห้อง ที่มีขนาดใหญ่ : ” พวกเขากำลัง ส่วนที่ดีที่สุด ของ ICANN . ” ฉัน จะเอามัน เขาหมายถึง เขาชอบ คน เหล่านี้และ ไม่ได้ เป็นองค์กร ที่กว้างขึ้น แต่เขาจะไม่ ได้รับการวาด ต่อไป .

ถึง เวลาที่จะ ย้าย ไปที่ห้อง พิธี ของตัวเองซึ่งผี ได้รับการล้าง สำหรับข้อมูล ที่จัดมีความสำคัญ มากที่สุด . ไม่มี สัญญาณไฟฟ้า สามารถเข้ามา ในหรือออก . อาคาร ยามรักษาความปลอดภัย จะถูก กันออกไป เช่นเดียวกับ การทำความสะอาด . เพื่อให้แน่ใจว่า ห้องดูดี สำหรับผู้เข้าชม Keyholder ชายฝั่งตะวันออก แอนน์ มารี Eklund Löwinder ของ สวีเดน ได้รับใน วันก่อน ที่จะ สูญญากาศ ด้วยdustbuster $ 20

เรา กำลังจะ เริ่มต้นรายละเอียด ชุด สคริปต์ แน่น กว่า 100 การกระทำ ทั้งหมดที่บันทึก นาที โดยใช้ เขตเวลา GMT เพื่อความมั่นคง. ทำตามขั้นตอน เหล่านี้จะ เป็นส่วนผสมที่ แปลก ของมาตรการ รักษาความปลอดภัยสูง ยก ตรงจาก หนังสยองขวัญ ( ระบบคีย์การ์ด, ชุด ที่ ปลอดภัย กรง ปลอดภัย ) ควบคู่ไปกับ รายละเอียดทางเทคนิค ทางโลก มากขึ้น – บิตของ ปัญหาในการตั้ง ค่าเครื่องพิมพ์- . และ อุบาทว์ เป็นครั้งคราวของ เรื่องตลก ในระยะสั้น มากเช่น อินเทอร์เน็ตนั้น

คนดังเจอผี

Posted by admin on 2014/02/21 with No Commentsas , , ,

Lucila Godoy , 34, ไมอามี ซ้าย ลูกชาย 3 ปี ของเธอใน รถของเธอ ที่จะช่วย ฟื้นฟู Rauseoทารก หมดสติ ที่ เธอบอกว่า ได้รับการ คลอดก่อนกำหนด และ มีปัญหา ระบบทางเดินหายใจ

Miami Herald ช่างภาพ อัล Diaz หยุด ด้านหลัง Rauseo , กระโดดออกมาจาก รถของเขา

“ผมได้ยิน เสียงกรีดร้อง ” เขากล่าวว่า เขาเห็น ผู้หญิงคนหนึ่งที่ ปรากฏ ออกมาจากรถ ที่ด้านหน้าของ เขา ” กรีดร้อง ที่ ทารกไม่ สามารถหายใจ . ”

บ ได้อย่างรวดเร็ว วิ่ง ผ่าน ช่องทาง จราจร ที่จะเรียก ความช่วยเหลือเพิ่มเติม เขาพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ Sweetwater Amauris Bastidas ที่วิ่ง ไปยัง ที่เกิดเหตุและ เข้ามา CPR เพื่อ Godoy แสดง หน้าอก ในขณะที่ ปั๊ม Rauseo สูดลมหายใจ เข้าไปในปาก ของทารก

“ผม ยก ให้เขา ขึ้นไปในอากาศ และ ย้ายเขา ขึ้นและลง ” Bastidas กล่าวว่า ” เขาเริ่ม หายใจ และ ร้องไห้ . ”

จากนั้น ทารกหยุดหายใจ อีกครั้ง

ทั้งสามคนเริ่ม เมามัน CPR อีกครั้งและ ได้รับ การหายใจ ของทารก เมื่อถึงเวลา ที่ ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ได้เดินทางมาถึง

ร.อ. แอนโธนี และ ตัด แอล อัลบา Tonanez ด้วย ไมอามี่เดด กู้ภัยดับเพลิง ของ หน่วย วัสดุอันตราย – ยัง ติดอยู่ใน การจราจร – กระโดด ออกจากรถ ของพวกเขา แยกจากกัน พวกเขาได้รับ กลับมาจาก การประชุมที่เกิดขึ้น และ จะได้ยิน การโทรฉุกเฉินผ่านทางวิทยุ

ทีมกฎหมาย ของเขา สูงขับเคลื่อน ในวันพฤหัสบดีที่ ยืนยันว่า ประชาชน มีสิทธิ ที่จะเห็น ภาพ ปัสสาวะ ที่เป็น พยานหลักฐานในคดี ความผิดทางอาญา กับเขา ไม่มี

” เหตุผลที่ว่าทำไม สื่อจะทำให้ ภาพ ของเหตุการณ์ ที่ไม่มี แม้ว่ามันจะ เกิดขึ้นจะเป็น คนที่มี รายละเอียด สูง” กล่าวว่าหนึ่งใน ทนายของเขา ฮาวเวิร์ด Srebnick

Srebnick กล่าวว่ามี เพียงสี่ คลิปใน 10 ชั่วโมง ของ ภาพ ต่างๆ ที่แสดง Bieber ปัสสาวะ ด้วย ผนัง ขนาดเล็กบางส่วน ที่ครอบคลุม มุมมอง

ทนายความ สำหรับสื่อรวมทั้งไมอามี เฮรัลด์ ยืนยันว่า ผู้สื่อข่าว จะไม่ออก ไปในอากาศ อวัยวะเพศ ของ Bieber แต่ เพียงเพื่อ ปกป้องสิทธิ ของประชาชน ที่จะ มีหลักฐาน ตามกฎหมาย ฟลอริด้า

มาก ของ ศาลเซอร์เรียล บางครั้ง มีศูนย์กลางอยู่ที่ ว่า Bieber ปัสสาวะ – หรือเพียงแค่ ภาพ ของอวัยวะเพศชาย ของเขา – ควรจะ ได้รับการยกเว้น จากการบริโภค ของประชาชน ภายใต้กฎหมายของ ฟลอริด้า , วิดีโอกลายเป็น บันทึกสาธารณะ เมื่อพวกเขา หันไป ให้กับทีม ป้องกันของเขา

Miami Herald ทนายความ ก็อตต์ เซ ชี้ให้เห็นว่า ตัวเอง Bieber ได้โพสต์ ภาพออนไลน์ ของ ก้น เปลือย ของเขาเอง ถ้า อวัยวะเพศชาย ของ Bieber สามารถมองเห็นได้ จริง เขากล่าวว่า อัยการ ควร ดำออก อวัยวะเพศ ของเขา และปล่อย วิดีโอ

“ปัญหาคือ เราจะ เห็น อวัยวะเพศของเขา หรือ ไม่เห็น อวัยวะเพศชาย ของเขา” เซ กล่าวว่า

” ฉันคิดว่า การโต้แย้ง ดูถูก และ ข่าว ” Srebnick ตอบ

ผู้ พิพากษา วิลเลียม Altfield จะ ดูวิดีโออยู่ในห้อง ของเขา และตรวจสอบ เอกสารที่ยื่นต่อ ศาล เพิ่มเติม ก่อนที่จะตัดสินใจที่ 4 มีนาคม ส่วนที่เหลือของ วิดีโอสำหรับตอนนี้ จะยังคง เป็นความลับจนกว่า ปัญหาจะ hashed ออก

ตำรวจ จับกุม หาดไมอามี่นักร้อง ชาวแคนาดา ที่ 23 มกราคม ในข้อหา ขับรถ ภายใต้อิทธิพล พวกเขา กล่าวหา Bieber , 19, ของการแข่งรถ ลาก ในสูงขับเคลื่อน Lamborghini บนถนนถูกปิดไว้ โดย ทีมรักษาความปลอดภัย ของเขา

ตามที่ ตำรวจ Bieber เข้ารับการรักษา สูบกัญชา และ การใช้ยา ตามใบสั่งแพทย์ และการวิเคราะห์ ปัสสาวะพบ เขา ผ่านการทดสอบ บวกสำหรับ กัญชา และ Xanax

ตัดและ Tonanez วิ่ง ขึ้น และพบว่า เซบาสเตียน หายใจ – แต่ แทบจะไม่ได้

” ป้าให้เขา ทารก” Trim กล่าว Tonanez “เขาทำตรวจสอบอย่างรวดเร็ว และทำให้แน่ใจว่า ทางเดินหายใจ ของทารกเปิด . ”

ไมอามี่ กู้ภัยดับเพลิง มาถึง ช่วงเวลา ต่อมาและ รีบวิ่ง ไปที่ เซบาสเตียน แจ็คสัน โรงพยาบาล ของ หน่วย กุมารเวชศาสตร์

เสียงโหยจากขุมนรก

Posted by admin on 2014/01/20 with No Commentsas , , ,

ตอนแรกผมนึกว่าตัวเองตาฝาด ครั้นจ้องมองอีกทีก็เห็นแต่เงาอ้วนๆ ลับหายเข้าไปในร้าน โดยไม่มีเงายาวๆ ของลุงแก่นอย่างแน่นอน…เล่นเอาขนลุกซ่าไปทั้งตัว ปากคอแห้งผากไปหมด รีบเดินเข้าบ้านพลางจ้องมองเงาของตัวเองด้วยความรู้สึกเสียวสันหลังเหมือน โดนผีหลอกอย่างจังๆ

รุ่งขึ้นก็ได้ข่าวว่าลุงแก่นตายแล้ว…

มีคนพบร่างของแกนอนคว่ำหน้าอยู่ริมทางเดินที่มีดงกล้วยดกหนา เมื่อพลิกศพขึ้นมาก็เห็นใบหน้าขาวซีด นัยน์ตาลืมค้าง เบิกโพลง…ร่างกายไม่มีบาดแผลใดๆ เชื่อกันว่าแกเมาจนหกล้ม หัวใจวายตายเพราะเสพสุรามากเกินไป

ตาโต๊ะเล่าว่า เมื่อคืนรวยไพ่มาด้วยกันเลยแวะร้านข้าวต้มหน้าโรงหนัง สั่งเชี่ยงชุนมาฉลองกันเต็มคราบ ก่อนจะเดินตุปัดตุเป๋กลับบ้าน…ล่ำลากันที่หน้าบ้านตาโต๊ะ แล้วลุงแก่นก็โซซัดโซเซมุ่งหน้าไปทางก้นซอย เสียงหมาหอนโหยหวนจนลุงแก่นร้องด่าไปตลอดทาง

คนโบราณส่วนมากมักจะพบกับลางร้ายก่อนตาย ไม่ว่าจะสะเดาะเคราะห์ เช่น การปล่อยนก ปล่อยปลา หรือการทำบุญ ถวายสังฆทาน นิมนต์พระมาบังสุกุลคนเป็น แม้แต่ลงทุนเข้าไปนอนในโลงศพก็ตาม ล้วนแต่ไม่อาจจะหลบหนีเงื้อมมือของพญามัจจุราชได้สำเร็จ

หลายๆ คนก็ปลงตก ทำใจเสียว่าลางร้ายที่ได้ประสบนั้นเป็นสิ่งตักเตือน เพื่อให้เตรียมตัวเตรียมใจไว้พบกับมรณะที่จะมาเยือนในเร็ววัน

สมัยหนุ่มผมเคยประสบลางร้ายน่าสยดสยอง นึกถึงแล้วยังทำให้ขนหัวลุกมาจนถึงทุกวันนี้!

สมัยนั้น ตั้งแต่ซอยองครักษ์ บางกระบือไปยันวัดประชาระบือธรรม ใกล้ๆ กับถนนพระรามห้า มีบ้านเรือนใหญ่น้อยคับคั่งตั้งแต่ปากซอยเข้าไป ตอนกลางวันมีผู้คนค่อนข้างหนาตา แต่พอตกค่ำก็ตกอยู่ในความเปล่าเปลี่ยว บรรยากาศเยือกเย็นชวนให้วังเวงใจ ไม่ค่อยมีใครออกมาเดินเหินให้เห็น นอกจากหมาจรจัดที่คอยเห่าหอนให้น่ากลัวแทบจะทั่วทั้งซอย

คนที่จำใจต้องเดินเข้าบ้านก็มีแต่พวกนักเลงไพ่กับขี้เมาเท่านั้นเอง!

พูดถึงนักเลงไพ่กับขี้เมาแล้ว ในย่านนั้นไม่มีใครเกินหน้าตาโต๊ะกับลุงแก่นไปได้

ตาโต๊ะอ้วนเตี้ย ผมขาวโพลนสั้นเกรียน อายุห้าสิบเศษ ส่วนลุงแก่นผอมดำ ผมดก นัยน์ตาดุ อายุน้อยกว่าตาโต๊ะเกือบสิบปีเห็นจะได้ แต่คบหาพาใจกันสนิทสนม ชนิดที่เห็นตาโต๊ะที่ไหนเป็นต้องเห็นลุงแก่นที่นั่น

ตอนบ่ายแก่ๆ ลุงแก่นจะเดินออกจากบ้านแถวหลังวัด มาหาตาโต๊ะที่อยู่ติดกับบ้านผม ก่อนจะพากันไปซดเหล้าโรงหรือเชี่ยงชุนที่ร้านเจ๊กตงเป็นการอุ่นเครื่อง แล้วก็พากันเข้าบ่อนเล็กบ่อนน้อยในละแวกนั้น…ยกเว้นวันเสาร์อาทิตย์ถึงจะ ชวนกันไปที่บ่อนตีตั๋วแถวหน้าวัดจันทรสโมสร ตรงข้ามตลาดบางกระบือ

บ่อนเลิกก็แวะร้านเหล้าปากซอยหรือไม่ก็หน้าโรงหนัง ก่อนจะเดินตุปัดตุเป๋กลับบ้าน หมูหมาเห่าหอนกันให้เกรียวกราวจนกว่าแกจะผ่านเลยไป

บางวันผมกลับจากโรงเรียนมาก็สวนทางกับสองเกลอที่เพิ่งจะพากันเดินไปที่ร้าน เจ๊กตง หน้าตาดูกระหยิ่มยิ้มย่องทั้งคู่…มองดูเงาที่ทอดยาวไปข้างหลังแล้วอดขำไม่ ได้จริงๆ ครับ

เงาหนึ่งอ้วนเตี้ย แต่อีกเงาหนึ่งกลับผอมยาว…เหมือนเสาไฟฟ้าคู่กับโอ่งมังกร!

วันหนึ่งก็เจอเรื่องขนหัวลุกเข้าชนิดจังๆ

วันนั้นผมหิ้วกระเป๋าหนังสือกลับจากโรงเรียนมาแวะซื้อขนมที่ร้านเจ๊กตง ก็พอดีสวนทางกับคนทั้งสอง…เสียงหมาจรจัดเห่าเบาๆ แล้วโก่งคอขึ้นหอนโหยหวน รับกันเป็นทอดๆ ดังขรมไปทั้งซอยจนน่าวังเวงใจสิ้นดี

“หอนหาห่…อะไรวะ ไอ้หมาริยำ!” เสียงลุงแก่นร้องด่าอย่างขุ่นเคือง ทำให้ผมหันไปมองโดยไม่ได้ตั้งใจ…

เงาอ้วนๆ สั้นๆ ของตาโต๊ะกำลังจะเลี้ยวหายเข้าไปในร้านเหล้าอยู่แล้ว…แต่ไม่มีเงายาวๆ ของลุงแก่นที่เคยตีคู่กันมาเหมือนเคย!

ครึ่งคนครึ่งผี

Posted by admin on 2014/01/10 with No Commentsas , , ,

ลุงสังข์ผู้เป็นผัวก็จัดให้มีการรำผีฟ้าขึ้นที่บ้าน ดิฉันกับเพื่อนๆ ก็ไปดูพร้อมกับชาวบ้านอีกหลายสิบคน

ปรากฏว่าฟ้ามืดครึ้มทั้งที่เป็นเวลาบ่าย ลมพัดอู้ๆ น่ากลัว ป้าบุญเหลือผู้นอนแซ่วถึงกับลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง เบิกตาจ้องมองอะไรบางอย่าง ลุงสังข์กับคนอื่นๆ ก็ตื่นเต้นที่เห็นคนเจ็บลุกขึ้นได้เองทั้งที่อาการหนักอยู่แท้ๆ

คนที่งุนงงสงสัยเข้าไปซักถามอาการ ป้าบุญเหลือ กลับชี้มือไปที่ศาลเพียงตาย้อนถามว่า…ทำไมนางทรงกินเครื่องเซ่นล่ะ?

ทุกคนหันขวับ…ไม่เห็นมีใครอยู่ที่ศาลเพียงตาเลยแม้แต่คนเดียว!

ขณะนั้น นางทรงและช่างฟ้อนกับคนร้องก็ยังอยู่ห่างๆ ลุงสังข์หน้าซีด ปากสั่น แข็งใจเดินไปดูที่ศาลแล้วพูดอะไรไม่ออก คนอื่นๆ ก็เช่นกัน…เพราะเครื่องเซ่นหมดเกลี้ยง ส่วนป้าบุญเหลือค่อยทุเลาจนหายดีตามเดิมค่ะ!
คนภาคอื่นๆ มักจะเคยได้ยินแต่ “ผีตาแฮก” ที่คอยดูแลไร่นา ส่วนอำเภอดิฉัน และส่วนมากในภาคอีสาน มักจะมีการเลี้ยงผีปู่ตากันทั้งนั้น เพราะถือว่าเป็นผีบรรพบุรุษ

เชื่อกันว่าผีปู่ตาคือวิญญาณของบุพการีที่ยังห่วงใยลูกหลาน มาคอยดูแลคุ้มครองป้องกันไม่ให้เกิดโพยภัย ชาวบ้านก็ช่วยกันสร้างศาลผีปู่ตาเป็นเรือนไม้หลังย่อมๆ แต่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นโดยรอบเพื่อให้วิญญาณบรรพชนได้พักอาศัย เรียกกันว่า “ตูบปู่ตา”

พวกผู้ใหญ่เล่าว่า การสร้างศาลปู่ตาไว้ในดงไม้ขนาดใหญ่ นอกจากจะช่วยทำให้ร่มรื่นแล้ว ยังเป็นการป้องกันคนร้ายไม่ให้บุกบั่นเข้ามาตัดไม้ใหญ่ๆ ได้อีกด้วย

เมื่อมีศาลปู่ตาอยู่แทบทุกชุมชน ก็ต้องมีผู้สื่อสารระหว่างผีปู่ตากับชาวบ้าน เรียกกันว่า “เฒ่าจ้ำ”

เรื่องนี้น่าสังเกตว่าหลายจังหวัดในภาคกลางก็มีศาลปู่ตากับผู้สื่อสารเช่น กัน บางแห่งเรียก “เจ้าจ้ำ” บางแห่งก็เรียก “จ้ำ” คำเดียว มีทั้งสระบุรีและลพบุรี เชื่อว่าพวกลาวพวนในจังหวัดดังกล่าวคงจะอพยพจากอีสาน และนำความเชื่อถือของตนมาด้วยค่ะ

เฒ่าจ้ำในหมู่บ้านดิฉันยังมีหน้าที่ดูแลศาลปู่ตา รวมทั้งต้นไม้และสัตว์ต่างๆ ในบริเวณนั้น เพื่อให้สงบร่มรื่นและสะอาดสะอ้านตามสมควร

พิธีเลี้ยงผีปู่ตาก็น่าสนใจนะคะ

ปกติจะทำกันในวันพุธเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 ครั้งค่ะ คือตอน “ลงนา” กับ “ขึ้นนา” ตอนแรกจะทำในเดือน 6 เพื่อเสี่ยงทายในการทำนาและเก็บเกี่ยว ว่าน้ำท่าจะบริบูรณ์หรือแห้งแล้ง ตอนหลังคือเดือน 3 สิ้นฤดูเก็บเกี่ยวก็ทำพิธีอีกครั้ง “เลี้ยงลง” กับ “เลี้ยงขึ้น”

เป็นหน้าที่เฒ่าจ้ำจะไปบอกผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้แจ้งข่าวถึงวันทำพิธี ด้วยการตีฆ้องบ้าง ตะโกนบอกต่อๆ ไปบ้าง เมื่อถึงวันสำคัญชาวบ้านทุกครัวเรือนก็จะนำหัวหมูไก่ต้มและสุราไปร่วมพิธี กันครึกครื้น เสร็จพิธีก็นำสุราอาหารเหล่านั้นมาเลี้ยงดูกันครึกครื้น

อ้อ! ระหว่างทำพิธีไหว้ผีปู่ตาก็จะมีการเสี่ยงทายด้วย เช่นการ “เสี่ยงทายไก่” โดยเฒ่าจ้ำจะจุดธูปบอกกล่าวผีปู่ตาว่า…

“ถ้าบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข น้ำท่าและข้าวปลาอาหารบริบูรณ์แล้ว ก็ขอให้ท่านเจ้าปู่ตาจงดัดแปลงคางไก่ให้โค้งเข้าเหมือนคันเคียวอันสวยงาม แต่ถ้าเกิดความแห้งแล้งก็ขอให้เจ้าปู่ตาจงดัดแปลงคางไก่ให้หงิกงอ หรือถ้าจะเกิดฝนตกหนักจนน้ำท่วม ก็ขอให้เจ้าปู่ตาช่วยดัดแปลงคางไก่ให้ตรงๆ ด้วยเถิด”

ปรากฏว่าคำทำนายของผีปู่ตามักจะแม่นยำ และทำให้ผู้คนเชื่อถือตลอดมา

ประสบการณ์ขนหัวลุกสมัยเด็กของดิฉันคือรำผีฟ้าค่ะ!

นั่นคือพิธีกรรมเพื่อรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะการแพทย์สมัยก่อนยังไม่ก้าวหน้า ชาวบ้านต้องใช้ไสยศาสตร์เข้าช่วย ขอร้องให้ผีฟ้ามาเข้าร่างคนทรงหรือ “นางทรง” ที่ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อจากผีฟ้าในรุ่นก่อนๆ

อย่างแรกต้องตั้งศาลเพียงตาและเครื่องเซ่น มีคนเป่าแคน ทำพิธีไหว้ครู มีคนฟ้อนรำและขับร้องกันเป็นหมู่ เพื่ออ้อนวอนขอพรจากผีฟ้าให้ช่วยบันดาลความสุขความเจริญให้แก่คนในหมู่บ้าน และขอให้ผีฟ้าช่วยคนเจ็บป่วยหายขาดโดยเร็วไวด้วยเถิด!

วันหนึ่ง ป้าบุญเหลือคนข้างบ้านดิฉันก็เจ็บออดๆ แอดๆ มาหลายเดือน ไม่ว่าจะกินยามากมายเท่าไหร่ก็ไม่ยอมทุเลา มีแต่จะทรงกับทรุดลงไปทุกวัน

ผีจอมโหดจากนรก

Posted by admin on 2014/01/03 with No Commentsas , , ,

กิ๊กผวาถอยหลัง แล้วเสียหลักล้มทับหนูกับแอ๋มลงไปกลิ้งขลุกๆ อยู่หลังเคาน์เตอร์ทั้งสามคน ลุกก็ลุกไม่ได้ แข้งขาเราพันกันไปหมด แต่แอ๋มที่โดนทับอยู่ล่างสุดพยายามดันเราแล้วลุกขึ้น ทำท่าเหมือนจะเหยียบเพื่อนเพื่อกระโจนออกไป แต่เราช่วยกันดึงแขนแอ๋มไว้

น่าประหลาดใจที่ไม่มีใครร้องกรี๊ดกร๊าดแม้แต่คนเดียว!

“อย่าวิ่ง ! อย่าวิ่ง… เฉยไว้ ใจเย็นๆ” หนูขยับปากบอกเพื่อนจนได้ เพราะจำมาจากผู้ใหญ่ที่ว่าถ้าเจอผีให้ตั้งสติดีๆ สูดลมหายใจยาวๆ ถ้าวิ่งละก็เราจะสติแตก เป็นบ้าไปเลย ผีหลอกน่ะไม่ตาย แต่ถ้าตายก็เพราะสติแตกจนช็อก หรือเผ่นแผล็วออกไปเป็นลมพัดเท่านั้น

แอ๋มเข่าอ่อนนั่งแปะ เป็นอันว่าเราสามคนนั่งกอดกันกลมอยู่หลังเคาน์เตอร์

“เขายังอยู่ตรงนั้นมั้ย?” แอ๋มกระซิบเสียงสั่นพร่า หนูค่อยๆ โผล่หัวออกไปดูเห็นตรงนั้นว่างเปล่า แต่เขาจะเดินไปอยู่ตรงซอกไหนหนูก็ไม่รู้นะ จนตั้งสติได้ หนูจึงบอกเพื่อนว่า… เขาไม่อยู่ เขาไปแล้ว!

ประทับใจมากเลยค่ะ งานนี้! ต้องบอกว่า “จัดหนัก” จริงๆ เกิดมาเพิ่งเคยเจอะเจอ

จนกระทั่งตกสาย ผู้จัดการมาถึง เรารีบรายงาน แล้วเปิดเทปกล้องวงจรปิดกันเผื่อจะถ่ายติดเป็นหลักฐานแต่ก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด

ผู้จัดการบอกว่าในร้านไม่เคยมีใครตาย แต่ “เขา” ที่เราเห็นอาจจะเป็นวิญญาณที่ผ่านมา หรือเคยเข้ามาซื้อของบ่อยครั้ง…เขาอาจอยากได้น้ำสักขวดหรือเครื่องดื่มสัก กระป๋อง ติดมือกลับไปโลกวิญญาณ หลังจากมาเที่ยวโลกมนุษย์ตลอดคืนก็ได้…ใครจะรู้ล่ะคะ?!

คืนนั้นหนูเข้าเวรกับเพื่อนผู้หญิงสองคน ชื่อกิ๊กกับแอ๋ม เราไม่กลัวเพราะร้านเราแถวนั้นไม่เปลี่ยวเลย แม้ลูกค้าจะไม่เยอะเท่าตอนเย็นค่ำ แต่ก็จะมีเข้ามาซื้อของไม่ขาด แท็กซี่กับมอเตอร์ไซค์คือขาประจำ ซื้อของกิน บุหรี่ กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง ไม่เหงาหรอกค่ะ

ก่อนตีห้าลูกค้าซาไป แปลกมาก…เงียบกริบเลยล่ะ พวกหนูเลยมานั่งเช็กยอดขายกันอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ขณะทำงานเราก็คุยกันเรื่อยเปื่อย

หกโมงเช้า ฟ้าเริ่มเปิด ในร้านทุกอย่างยังเงียบสงบ มองไปภายนอกมีผู้คนเดินมารอรถเมล์ เด็กๆ ไปโรงเรียน…เวลาผ่านไป รถราและผู้คนก็เริ่มหนาตาขึ้นทุกทีแล้ว

น่าแปลกที่ไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านเลยแม้แต่คนเดียว!

ทันใดนั้นเอง หางตาหนูเห็นบางสิ่งบางอย่างเคลื่อน ไหวอยู่ด้านในสุด ตรงที่เป็นหน้าตู้น้ำอัดลม เบียร์ น้ำผลไม้น่ะค่ะ หนูหันไปมองตรงๆ ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งอายุราวสามสิบเศษ เดินช้าๆ ท่าทางคล้ายกำลังชั่งใจว่าจะซื้ออะไรดี หรืออาจจะหาอะไรบางอย่าง

แต่สิ่งที่หนูสะกิดใจก็คือ เขาคนนี้เข้ามาเมื่อไหร่? เข้ามาได้อย่างไร ในเมื่อประตูเข้าออกมีแค่ประตูเดียว ที่อยู่ห่างจากพวกหนูแค่เอื้อมก็ว่าได้

อ้อ! ถ้าเขาเดินเข้ามา เสียงหน้าประตูมันจะดังนิ้งหน่อง พวกเราก็จะต้องร้องทักว่า “สวัสดีค่ะ เชิญค่ะ” แต่นี่เราไม่ได้ยินอะไรเลย

“เฮ้ย! เขามาตอนไหนวะ?” กิ๊กชะเง้อคอยาวอยู่ข้างหนู แอ๋มตั้งปัญหาว่า “เขาหาอะไรอยู่น่ะ?” ว่าแล้วก็เดินเข้าไปหาทันที “คุณหาอะไรอยู่ค่ะ เดี๋ยวหนูช่วย”

แอ๋มถามเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะเงียบหายราวปิดสวิตช์ เธอเดินถอยหลังช้าๆ มาหาเรา ขณะที่ตาเบิกโพลงจ้องร่างชายคนนั้นแทบไม่กะพริบ หนูเห็นมือแอ๋มสั่นระริก ปากยังอ้าค้าง และก้าวถอยหลังมาเรื่อยๆ จนถึงซอกหลังเคาน์เตอร์ที่หนูกับกิ๊กยืนมองอยู่อย่างสงสัย

“อะไรวะแอ๋ม?” กิ๊กถาม หนูเองก็ใจหายวาบ คำว่าโจรผุดขึ้นมาทันใด!

“เขาไม่มีขา…” แอ๋มคราง “ตั้งแต่ใต้เข่าลงไปไม่มีอะไรเลย!”

“บ้าซี่…ไม่มีขาแล้วจะเดินได้ไง? แกน่ะตาฝาดไปเอง” กิ๊กตวาดเบาๆ หนูคิดว่า กิ๊กเองก็สับสน งุนงงและตกใจกับคำบอกเล่าของแอ๋มอยู่ไม่น้อยล่ะค่ะ

“ไม่เชื่อก็ไปดูเองซิ” แอ๋มทำท่าจะร้องไห้ หนูกับกิ๊กเกาะกัน ค่อยๆ ย่องไปที่ปลายเคาน์เตอร์…ผู้ชายคนนั้นหายไปทางด้านในสุด แล้วโผล่ออกมาให้เห็น

คุณพระช่วย! ตั้งแต่ใต้เข่าลงไปไม่มีอะไรเลย เขาลอยไปลอยมาจริงๆ ค่ะ!

ผีไร้บ้าน

Posted by admin on 2013/12/31 with No Commentsas , , ,

ท่านว่า ห้ามวางโลงกับพื้นก่อนถึงจุดหมายเด็ดขาด แม้จะเปลี่ยนคนหามก็ห้ามวางโลงกับพื้นก่อน เพราะ เชื่อว่าถ้าหยุดลงเช่นนั้นจะทำให้ผีมีกำลัง แล้วไม่ไปไหน อาจจะสิงสู่คอยหลอกหลอนให้เดือดร้อนกันทั้งหมู่บ้าน ก็เป็นได้

สั่งสอนกันนักหนาว่า “อย่าพาผีเซา” หรือ “อย่าพาผีหยุด” นั่นเอง

ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเคยมีเพื่อนบ้านไปช่วยหามศพ “ตาม้วน” ลงจากบ้านแล้วพลัดตกบันได เดชะบุญที่โลงไม่แตก แต่ทำให้โลงผีกระทบพื้นไปแล้ว ไม่ว่าใครๆ ที่มองเห็นล้วนแต่หน้าตาซีดเซียว หวาดกลัวไปตามๆ กัน

กลางค่ำกลางคืน ถ้าใครไม่มีธุระสลักสำคัญจริงๆ จะไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนมาไหนเด็ดขาด!

ตอนค่ำๆ มีชาวบ้านหลายคนเห็นตาม้วนนั่งกอดเข่าสูบยาแดงวาบๆ ที่เชิงบันไดวิ่งกระเจิงไปตามๆ กัน… ผมว่าแกคงขุ่นเคืองคนหามศพซุ่มซ่ามมากกว่า แต่ก็ทำให้ขนหัวลุกไปตามๆ กันละครับ บรื๋อออ…

นั่นคือการสังเกตแสงฟ้าแลบเป็นสิ่งสำคัญ แล้วทำนายทายทักปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในช่วงเทศกาล “กำฟ้า” ว่าจะเป็นสัญญาณบอกเหตุดี-ร้ายอะไรบ้าง เช่น…

ถ้าฟ้าแลบทางทิศตะวันออก บ้านเมืองจะมีความสงบสุข พื้นดินอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าฟ้าแลบทางทิศตะวันตก บ้านเรือนจะขัดสน ผู้คนอดอยาก

ส่วนการทำนายว่าฝนจะตกหรือไม่ก็ให้ดูแสงตะวัน ถ้าเป็นสีเหลืองแล้ว วันนั้นอากาศจะร้อนมาก แต่ถ้าแสงตะวันเป็นสีแสด ก็จะมีฝนตกลงมามากมายจนชุ่มฉ่ำ

ถ้าปีไหนสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้งพืชพันธุ์ธัญญาหาร เสียหาย ผู้คนพลอยเดือดร้อนเพราะขาดน้ำกินน้ำใช้ ชาวบ้านก็จะจัดการแห่นางแมวเพื่อขอฝน คล้ายกับจังหวัดอื่นทั่วไป

พิธีกรรมแห่นางแมวจะต้องมีการร้องเพลงขอฝนด้วย เท่าที่ผมจำได้มีดังนี้ครับ

“นางแมวเอย ขอฟ้าขอฝน

ขอน้ำมนต์รดหัวแมวเม้า ได้ค่าจ้างค่ามาหามแมว

ถ้าไม่ให้ข้าว ข้าวจะตายฝอย ไม่ให้กลอย กลอยจะตายนิ้ว

แม่พึงเอย อย่าเฝ้าขายลูก ข้าวจะถูก ลูกน้อยจะแพง

ตาแดงๆ ฝนเทลงมา ฝนเทลงมา”

ต้องยอมรับนะครับว่ามีทั้งได้ผลและไม่ได้ผล บางทีแมวโดนแห่ โดนน้ำสาด แทบตายแต่ฝนไม่ยักตก แต่บางทีกำลังแห่อยู่ดีๆ ฟ้าสว่างจ้ากลับมืดครึ้ม แล้วสายฝนก็ซัดจั๊กๆ แทบลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ขบวนแห่นางแมวแตกกระเจิงก็มี

ประเพณีหรือความเชื่อถือบางอย่างก็ทำให้น่าขนหัวลุกเช่นกัน!

เช่นในพิธีงานศพ เมื่อมีการตายผิดปกติ คือโดนฆ่า โดนงูกัด รวมทั้งฆ่าตัวตาย เรียกว่าตายโหง ทางบ้านผมจะต้องฝังศพไว้ก่อน 3 ปี จากนั้นจึงขุดขึ้นมาเผา เพราะเชื่อกันว่า

ถ้าขุดศพขึ้นมาเผาก่อน วิญญาณอาจจะยังไม่ไปผุด ไปเกิด อาจมาคร่าวิญญาณของญาติมิตรไปสู่ปรโลกด้วยก็เป็นได้

การตายถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยตาย เพื่อนบ้านจะมาช่วยกันคนละไม้ละมือ ตั้งแต่การเหลาไม้ทำโลง ช่วยกันแบกหามโลงศพไปวัด…มีเคล็ดว่า เมื่อศพพ้นบ้านแล้วเจ้าบ้านต้องยกบันไดขึ้นทันที เพื่อไม่ให้ผีกลับขึ้นบ้านได้เด็ดขาด!

บันไดพาดไว้ที่นอกชานนะครับ เคลื่อนย้ายได้สะดวก ตกค่ำก็ยกบันไดขึ้นบ้านแทบทั้งนั้น ป้องกันขโมยขโจรกับสัตว์ร้ายขึ้นบ้านได้ง่ายๆ

ผู้คนในหมู่บ้านจะมาช่วยงานศพกันอย่างพร้อมเพรียง แถมไม่ได้มาตัวเปล่า แต่จะนำอาหารและผลไม้ต่างๆ ติดมือมาด้วย หลายๆ คนก็มานอนเฝ้าศพกันเต็มศาลา เรียกว่า “เป็นเพื่อนผี” หรือ “เฝ้าผี”

จนกระทั่งวันเผา ชาวบ้านก็จะถือไม้กันคนละท่อน มาช่วยก่อกองไฟ เรียกกันว่า “ไปเผาผี…” (เอ่ยชื่อผู้ตาย) ต่อมาผมเคยเห็นคล้ายๆ กันที่ อ.บางคนที จ.สมุทรสง คราม เชื่อว่าคงมีประเพณีเช่นนี้อีกหลายๆ จังหวัด

เคล็ดขัดยอกเรื่องหามศพลงจากบ้านนี่แหละครับ สำคัญที่สุด!